วิเคราะห์บอล [ บอลโลก 2026 ] ปารากวัย VS ฝรั่งเศส

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 4 ก.ค. 2569 15:46:14 น. เข้าชม 96 ครั้ง


ปารากวัย

5 ก.ค. 2569

ฝรั่งเศส



เดือดรอบ 16 ทีม! "ดาวกากบาท" ซ่าหวังล้มยักษ์ ท้าชน "ตราไก่" ทีมเต็งบอลโลก!

บอลโลก 2026 | ปารากวัย VS ฝรั่งเศส (สนามกลาง) | รอบ 16 ทีม สุดท้าย | วันอาทิตย์ที่ 05 กรกฎาคม 2026 (กลางคืนวันเสาร์) | เวลา 04:00 น.

พรีวิว

ทีมชาติปารากวัย เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการพยายามสร้างเซอร์ไพรส์ล้มยักษ์อีกครั้งในศึกฟุตบอลโลก 2026 เมื่อพวกเขาต้องโคจรมาพบกับทีมเต็งหนึ่งของรายการอย่าง ทีมชาติฝรั่งเศส ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ทัพดาวกากบาท เพิ่งสร้างผลงานช็อกโลกด้วยการเขี่ยอดีตแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง เยอรมนี ตกรอบเพื่อตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่ทัพตราไก่ เอาชนะ สวีเดน มาได้อย่างไม่ยากเย็นในเกมรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่ผ่านมา


แมตซ์ พรีวิว

ปารากวัย

คราบน้ำตาแห่งความเหลือเชื่อและการเฉลิมฉลองอย่างสุดเหวี่ยงเกิดขึ้นหลังจากที่ โฮเซ คานาเล ปราการหลังของปารากวัย สังหารจุดโทษลูกตัดสินพาบ้านเกิดดวลเป้าเอาชนะ เยอรมนี 4-3 หลังจากเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 ทัพดาวกากบาท พิสูจน์ให้คนที่เคยสบประมาทเห็นด้วยการสู้ยิบตาจนสร้างหนึ่งในการล้มยักษ์ครั้งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์รอบน็อกเอาต์ยุคใหม่ ซึ่งก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น อันดับโลกของ เยอรมนี (อันดับ 10) กับ ปารากวัย (อันดับ 41) ห่างกันถึง 31 อันดับ และกลายเป็นสถิติส่วนต่างอันดับโลกที่ห่างกันมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ที่สามารถเอาชนะกันได้ในรอบน็อกเอาต์นับตั้งแต่ปี 1994 นับตั้งแต่บทเรียนอันเจ็บปวดที่พ่าย สหรัฐอเมริกา 4-1 ในเกมเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่ม ปารากวัย ก็แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและความสามัคคีอันยอดเยี่ยมภายใต้การทำทีมของ กุสตาโว อัลฟาโร ที่สร้างทีมชุดนี้ให้เหนียวแน่นและยากที่จะเจาะเข้าทำ โดยหลังจากที่ กุสตาโว อัลฟาโร เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 พวกเขาปราชัยไปเพียงนัดเดียวจากการลงเล่นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 นัด และแพ้ไปแค่ 5 นัดจาก 23 เกมหลังสุดในทุกรายการ อย่างไรก็ตาม ปารากวัย ไม่เคยเอาชนะ ฝรั่งเศส ได้เลยจากการเจอกัน 5 ครั้งก่อนหน้านี้ และพวกเขากำลังมองหาทางล้างตาจากที่เคยพ่ายแพ้เฉียดฉิว 1-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกฟุตบอลโลก 1998 จากประตูโกลเดนโกลของ โลร็องต์ บล็องก์ ในนาทีที่ 114


ฝรั่งเศส

ทัพตราไก่ เป็นหนึ่งในสามทีมร่วมกับ เม็กซิโก และ อาร์เจนตินา ที่ชนะ 100% ในศึกฟุตบอลโลก 2026 แถมยังเป็นทีมที่พังประตูได้มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์ที่จำนวน 12 ประตู ขุมกำลังแนวรุกอันดุดันและน่ากลัวของพวกเขาประกอบไปด้วย คีลิยัน เอ็มบัปเป, อุสมาน เดมเบเล, ไมเคิล โอลิเซ และ แบรดลีย์ บาร์โคลา โดยทาง คีลิยัน เอ็มบัปเป เหมาคนเดียวสองประตูในเกมต้อน สวีเดน 3-0 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย เกมดังกล่าวยังเป็นการกลับมาคุมทีมข้างสนามด้วยความตื้นตันของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ หลังจากสูญเสียคุณแม่ ซึ่งตัวเขาเคยเป็นกัปตันทีมชุดแชมป์โลกที่เอาชนะ ปารากวัย เมื่อปี 1998 และตอนนี้เขาได้ขยายสถิติเป็นผู้จัดการทีมที่ชนะเกมฟุตบอลโลก มากที่สุดที่ 18 นัด ทัพตราไก่ ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งในระบบและรั้งอันดับ 1 ของโลกจากการจัดอันดับของฟีฟ่า พวกเขาชนะ 9 จาก 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ และคว้าชัยถึง 15 จาก 18 นัดหลังสุดในเกมฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ถึงกระนั้น ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ก็กำชับลูกทีมว่าห้ามประมาทปารากวัย เด็ดขาด เพราะชัยชนะเหนือทัพอินทรีเหล็กของพวกเขานั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ทว่าทาง โรแม็ง ล็องเธอม์ ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลฝรั่งเศส มองว่าแม้ ปารากวัย จะมีความอึดและสร้างความอึดอัดให้คู่แข่งได้ดี แต่ความสามารถของ ไมเคิล โอลิเซ ในการจ่ายบอลให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป และ อุสมาน เดมเบเล ด้วยความเร็วในการเข้าทำ จะทำให้ฝรั่งเศส ไม่ตกหลุมพรางนี้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องสภาพอากาศที่คาดว่าจะสูงถึง 39 องศาเซลเซียส อาจจะเป็นปัจจัยที่เข้าทางฝั่งปารากวัย ได้เช่นกัน


ฟอร์มล่าสุด

ปารากวัย (ฟุตบอลโลก) : แพ้ ชนะ เสมอ ชนะ

ปารากวัย (ทุกรายการ) : แพ้ ชนะ แพ้ ชนะ เสมอ ชนะ

ฝรั่งเศส (ฟุตบอลโลก) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ

ฝรั่งเศส (ทุกรายการ) : แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ


สภาพความพร้อมของทีม

ปารากวัย

โอ มาร์ อัลเดเรเต เซนเตอร์แบ็กจากสโมสร ซันเดอร์แลนด์ ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่จากอาการบาดเจ็บหัวเข่าที่ได้รับมาจากเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย และคาดว่าจะหมดสิทธิ์ช่วยทีมในเกมนี้ ทำให้ โฮเซ คานาเล น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในไลน์อัพกองหลังร่วมกับ กุสตาโว โกเมซ กองหลังตัวเก๋า รวมถึงมี ฮวน โฮเซ คาเซเรส และ จูเนียร์ อลอนโซ ขนาบข้างในตำแหน่งฟูลแบ็ก ข่าวดีคือ ดิเอโก โกเมซ มิดฟิลด์จาก ไบรท์ตัน พ้นโทษแบน 1 นัดกลับมาสู่ทีมแล้ว โดยจะประสานงานในแดนกลางร่วมกับ อันเดรส คูบาส และต้องลุ้นเบียดแย่งตำแหน่งกันระหว่าง ดามิอัน โบบาดิยา หรือ มาติอัส กาลาร์ซา ส่วนแดนบนมี ฮูลิโอ เอนซิโซ สตาร์จาก สตราส์บูร์ก ผู้ทำประตูในเวลาปกติเกมเจอเยอรมนี และ มิเกล อัลมิรอน คอยลากเลื้อยริมเส้น โดยมี กาเบรียล อาวาลอส ยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี อันโตนิโอ ซานาเบรีย เป็นตัวสอดแทรก


ฝรั่งเศส

ทัพตราไก่ ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บเพิ่มเติม มีเพียง มาร์คัส ตูราม กองหน้าจาก อินเตอร์ มิลาน ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อน่องและยังต้อง รอเช็คความฟิต ซึ่งต่อให้หายกลับมาก็คงยังไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ น่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากเกมถล่มสวีเดน นำโดยกัปตันทีม คีลิยัน เอ็มบัปเป ที่กำลังล่าประตูเพิ่มเพื่อแซงหน้า ลิโอเนล เมสซี ในทำเนียบดาวยิงตลอดกาลฟุตบอลโลก โดยมี ไมเคิล โอลิเซ ที่ทำไปแล้ว 5 แอสซิสต์ในทัวร์นาเมนต์นี้และต้องการอีกเพียงครั้งเดียวเพื่อทาบสถิติตลอดกาลของ เปเล่ จะคอยสร้างสรรค์เกมในบทบาทหมายเลข 10 พร้อมด้วยสองตัวรุกจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่าง อุสมาน เดมเบเล และ แบรดลีย์ บาร์โคลา คอยสนับสนุนจากริมเส้น ขณะที่แดนกลาง อาเดรียง ราบิโอต์ จะจับคู่กับ โอเรเลียง ชูอาเมนี คุมเกมตามเดิม ทำให้ มานู โคเน ต้องนั่งสำรองไปก่อน
 

คาดการณ์ผู้เล่น

ปารากวัย : กิลล์; คาเซเรส, ก.โกเมซ, คานาเล, อลอนโซ; กาลาร์ซา, คูบาส, ด. โกเมซ; อัลมิรอน, อาวาลอส, เอนซิโซ

ฝรั่งเศส : เมนญอง; กุนเด, อูปาเมกาโน, ซาลิบา, ดีญ; ชูอาเมนี, ราบิโอต์; เดมเบเล, โอลิเซ, บาร์โคลา; เอ็มบัปเป
 

วิเคราะห์คาดการณ์

ปารากวัย เพิ่งจะผ่านเกมประวัติศาสตร์ที่ต้องใช้พลังงานไปอย่างมหาศาลตลอด 120 นาทีในการดวลจุดโทษล้ม เยอรมนี มาได้ ซึ่งแม้ว่า กุสตาโว อัลฟาโร จะสามารถปลุกเสกให้ทัพดาวกากบาท มีความเหนียวแน่นและสปิริตทีมที่ยอดเยี่ยมเพียงใด แต่การขาดหายไปของกองหลังตัวหลักอย่าง โอ มาร์ อัลเดเรเต ย่อมส่งผลกระทบต่อการรับมือแนวรุกระดับโลกอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นคู่แข่งในรอบนี้คือ ฝรั่งเศส ทีมเต็งหนึ่งที่กำลังท็อปฟอร์มเต็มที่ด้วยสถิติชนะ 100% แถมยังมีเกมรุกที่เฉียบคมและดุดันที่สุดในรายการจากการพังไป 12 ประตู แผงแนวรุกทั้ง คีลิยัน เอ็มบัปเป, อุสมาน เดมเบเล, แบรดลีย์ บาร์โคลา และจอมทัพอย่าง ไมเคิล โอลิเซ ล้วนมีความเร็วและความสามารถเฉพาะตัวที่สามารถทำลายแนวรับที่อ่อนล้าของปารากวัย ได้จากทุกพื้นที่ แม้สภาพอากาศที่ร้อนจัดถึง 39 องศาเซลเซียสอาจจะเป็นอุปสรรคต่อทีมจากยุโรปและเข้าทางทีมจากอเมริกาใต้มากกว่า ทว่าด้วยมิติกองกลางที่มีทั้ง อาเดรียง ราบิโอต์ และ โอเรเลียง ชูอาเมนี คอยควบคุมจังหวะเกม จะช่วยให้ทัพตราไก่ ไม่ผลีผลามจนตกหลุมพรางเกมรับของคู่แข่ง ประสบการณ์ที่เหนือกว่าและความเด็ดขาดของ คีลิยัน เอ็มบัปเป ที่กำลังกระหายในการสร้างสถิติพังประตูจะช่วยให้ทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ สามารถเจาะตาข่ายและบดเอาชนะความสดของปารากวัย ไปได้แบบเบ็ดเซร็จเด็ดขาด พร้อมทั้งยุติเส้นทางเทพนิยายของทัพดาวกากบาท ไว้ที่รอบนี้
 

คาดการณ์สกอร์ : ปารากวัย 0-2 ฝรั่งเศส
 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

  • ทีมชนะ: ฝรั่งเศส - ทัพตราไก่ มีศักยภาพทีมที่เหนือกว่าทุกกระบวนท่า ขุมกำลังแนวรุกกำลังท็อปฟอร์มและมีความเด็ดขาดในการเข้าทำที่หลากหลาย แตกต่างจากปารากวัย ที่น่าจะเริ่มอ่อนล้ามาจากเกมมาราธอนนัดก่อน สอดคล้องกับสกอร์ที่คาดว่าจะเอาชนะได้แบบไม่ยากเย็น

  • สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - แม้ฝรั่งเศส จะมีเกมรุกที่จัดจ้านแต่ทางปารากวัย ย่อมรู้ตัวดีว่าต้องมาเน้นตั้งรับลึกตามสไตล์ถนัดเพื่อสู้กับสภาพอากาศที่ร้อนจัดถึง 39 องศาเซลเซียส ทำให้เกมอาจไม่เปิดแลกกันมากนักและสกอร์รวมน่าจะไม่เกิน 2 ลูก

  • Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - เกมรับของฝรั่งเศส ที่นำโดย ไมค์ เมนญอง เพิ่งเก็บคลีนชีตมาในนัดล่าสุด ขณะที่ปารากวัย มีขีดจำกัดในเกมรุกและน่าจะเน้นตั้งรับเพื่อหวังยื้อเกมเป็นหลัก ทำให้ยากที่จะทำประตูทัพตราไก่ ได้

  • ทีมได้ประตูแรก : ฝรั่งเศส - ด้วยแผงแนวรุกระดับพระกาฬทั้ง คีลิยัน เอ็มบัปเป และ อุสมาน เดมเบเล ที่มีความเร็วและการเข้าทำที่รวดเร็วเฉียบขาด คาดว่าทัพตราไก่ จะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกมและชิงความได้เปรียบพังประตูขึ้นนำก่อนอย่างแน่นอน

ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้